เลี้ยงลูกน้อยอย่างไรให้เป็นคนเข้มแข็ง

เลี้ยงลูกน้อยอย่างไรให้เป็นคนเข้มแข็ง

ในยุคสมัยปัจจุบันหลายคนคงเห็นแล้วว่า มีเด็กหลายคนที่เติบโตมามีนิสัยอดทนต่อความลำบาก อยู่คนเดียวไม่ได้ และมักต้องอาศัยการพึ่งพาผู้อื่นตลอดเวลาจนเกิดเรื่องเดือดร้อนมาสู่ตัวเองได้มากมายทำให้เรารู้จักเด็กรุ่นใหม่ในสไตล์ “อดทนไม่ไหว ต้องมีใคร ๆ ใกล้ชิดเสมอ” แน่นอนว่าหากไม่ใช่คนในครอบครัวก็ต้องเป็นเพื่อนที่คอยอยู่ช่วยเหลือกันและกัน แต่อย่าลืมว่าในอนาคตตัวพวกเขาเองก็ต้องมีเส้นทางของตัวเอง ทุกคนต่างก็ต้องแยกย้ายไปตามทางเดินตัวเอง ไม่มีใครอยู่เคียงข้างพวกเขาได้ตลอดไปไม่เว้นแม้แต่พ่อแม่อย่างคุณ จะดีกว่าหรือไม่หากในเวลานี้คุณยังมีลูกน้อยอยู่และอยากที่จะปลูกฝังให้เขาเป็นคนเข้มแข็งได้ในเวลาที่ปีกของเขายังคงอ่อนอยู่

เลี้ยงลูกน้อยให้เป็นคนเข้มแข็งโดยปล่อยให้ล้มแล้วลุกเอง

เมื่อลูกน้อยวิ่งเล่นจนเกิดล้ม พ่อแม่สมัยนี้ก็ต้องเข้ามาช่วยเหลือลูกและปลอบโยนให้เลิกร้องไห้ตามสัญชาตญาณอยู่แล้ว แต่หากทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็จะกลายเป็นว่าเด็กได้ใจเมื่อได้รับความเดือดร้อนก็มักจะต้องเรียกร้องหาผู้อื่นให้ช่วยเหลือก่อนโดยไม่ดูให้ดีว่าตัวเองก็มีแรงมากพอจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้อยู่ซึ่งหากโตไปเป็นผู้ใหญ่ เมื่อไปในสถานที่มีแต่คนหลากหลายนิสัยและหาน้ำใจยาก การที่เขาจะนั่งรอให้ใครสักคนมาช่วยเหลือก็อาจไร้ผลจนเขาไปต่อไม่เป็นได้ ดังนั้นคุณจึงควรฝึกเบื้องต้นจากการที่เมื่อลูกน้อยล้มลงก็ให้เขาลุกขึ้นมาเองและเดินเข้ามาหาคุณที่ส่งสายตาเป็นกำลังใจอยู่ไม่ไกล แทนการเข้าไปช่วยเหลือทันที

เลี้ยงลูกน้อยให้เป็นคนเข้มแข็งโดยลงโทษสถานเบาให้เขารู้

เมื่อลูกน้อยทำผิดหรือกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมที่ทำให้ทั้งตัวเองและผู้อื่นเดือดร้อน คุณพ่อคุณแม่ที่เห็นว่าลูกตัวเองยังเป็นเด็กน้อยไม่รู้เดียงสาอยู่ก็มักจะเข้าไปปลอบและบอกคนอื่นว่าลูกเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่คุณไม่มีวันรู้หรอกว่าการกระทำของตัวเองหากทำเช่นนี้ไปแล้วก็อาจจะทำในครั้งต่อ ๆ ไปจนลูกโตทำให้เมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วทำสิ่งใดผิดก็มักจะวิ่งเข้ามาหาพวกคุณเพื่อเป็นที่พักพิงอย่างแรกเพื่อให้ช่วยเขาพ้นผิด อีกทั้งตัวเขาเองก็จะคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุและตัวเองก็ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แทนที่จะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำอย่างใจกล้าหาญ ฉะนั้นหากเขายังเป็นเด็กและสิ่งที่ทำก็ไม่เหมาะสมเกินไปและเด็กยังคงทำมันซ้ำ ๆ แม้จะเตือนแล้วก็จะต้องมีบทลงโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการดุหรือตีมือแบบไม่แรงมากเพื่อที่เขาจะได้จำว่ามันเป็นสิ่งไม่ดีและเขาต้องรับผิดชอบ

เลี้ยงลูกน้อยให้เป็นคนเข้มแข็งโดยปล่อยให้เขาได้มีอิสระในการเล่นกับเพื่อนนอกบ้าน

การที่คุณพ่อคุณแม่เป็นคนหวงลูกน้อยและเลี้ยงดูราวไข่ในหินมากเกินไปจะทำให้ลูกไม่มีภูมิคุ้มกันจนไม่กล้าเข้าสู่สังคม ไม่เข้าใจค่านิยมหรือสิ่งที่ทุกคนคิด – ทำในสังคมกว้างซึ่งอาจเรียกว่า “อ่อนต่อโลก”ได้ ซึ่งเมื่อเด็กเติบโตไปก็จะเกิดอันตรายจากความไม่รู้จักคนในสังคมมากพอหรืออาจกลายเป็นคนที่ทุกคนต่างมองว่าเป็นตัวตลกเพราะความไร้เดียงสาที่เกินวัยจนเขาที่ทนไม่ไหวต่อสังคมนอกบ้านก่อเกิดภาวะซึมเศร้าและไม่อยากออกจากบ้านในที่สุด คิดเพียงแต่ว่าแค่ได้อยู่กับพ่อแม่ที่เข้าใจก็น่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว ทั้งที่ความจริงนั้นเป็นเพียงแค่สิ่งที่คนขี้กลัวจะทำเพื่อลวงตาตัวเองเท่านั้ร ฉะนั้นหากคุณมีลูกน้อยก็จงปล่อยให้เขาได้ออกไปมีสังคมของตัวเองนอกบ้าน ได้เล่นกับเพื่อนและทำสิ่งต่าง ๆ ตามที่เขาปรารถนาเถอะ หากกลัวอันตรายก็แค่คอยดูเขาห่าง ๆ ก็พอ

“ความเข้มแข็งไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเอง แต่ความเข้มแข็งเกิดจากประสบการณ์ที่เราได้รับต่างหาก”

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#เคล็ดลับ #เด็กน้อย #ทริคเลี้ยงลูก