How To ดักลูกโป่งของหนูน้อยไม่ให้ลอยขึ้นฟ้า

How To ดักลูกโป่งของหนูน้อยไม่ให้ลอยขึ้นฟ้า

นับเป็นปัญหาระดับโลกของเด็กเล็กที่มักซื้อลูกโป่งแสนสวยมาแล้วสุดท้ายก็ต้องร้องไห้ด้วยความเสียดายเมื่อเผลอทำลูกโป่งหลุดมือจนมันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และไกลจนไม่มีใครจะสามารถเอามาให้ใหม่ได้ กว่าเด็ก ๆ จะขอพ่อแม่ซื้อได้ก็ต้องอ้อนเป็นเวลานาน แต่พอได้ก็กลับต้องมาหลุดลอยไปอีก เป็นเด็กคนไหนก็ต้องหงุดหงิดและเศร้า บางคนก็ขอพ่อแม่ซื้อใหม่ซึ่งส่วนใหญ่พวกท่านก็มักจะไม่ยอม จะดีกว่าหรือไม่หากคุณพ่อคุณแม่ซื้อลูกโป่งให้เด็กและใช้ทริกดี ๆ เพื่อดักลูกโป่งของหนูน้อยไม่ให้ลอยขึ้นฟ้า

นำลูกโป่งผูกข้อมือเด็กเพื่อไม่ให้หลุดลอยฟ้า

วิธียอดนิยมสำหรับการดักไม่ให้ลูกโป่งลอยขึ้นฟ้าตามสูตรคุณพ่อคุณแม่ก็คงจะเป็นการผูกเชือกลูกโป่งไว้กับข้อมือของลูกเพื่อให้ลูกสามารถเล่นและจับได้ตลอดเวลาโดยที่ลูกโป่งจะไม่หลุดลอยไป ไม่ว่าเด็กจะเดินไปไหนมาไหนก็ยังมีลูกโป่งที่แสนรักอยู่ข้างตัวตลอดเวลา อีกทั้งการมีลูกโป่งลอยข้างตัวเด็กยังช่วยเป็นสัญลักษณ์เมื่อคุณพลัดหลงกับเด็กด้วย เพราะเมื่อเด็กเดินเล่น ลูกโป่งที่ผูกติดตัวก็จะลอยสูงทำให้เป็นที่สังเกตเห็นของพ่อแม่ได้ชัดเจน

นำลูกโป่งมัดกับสิ่งของที่หนักเพื่อไม่ให้หลุดลอยฟ้า

การที่คุณมัดเชือกลูกโป่งไว้กับสิ่งของที่มีน้ำหนักเยอะ สิ่งของนั้นจะช่วยรั้งไม่ให้ลูกโป่งลอยขึ้นสู่ฟ้าได้ แต่คุณต้องมั่นใจด้วยว่าสิ่งของนั้น ๆ มีน้ำหนักมากพอจะอยู่กับที่ได้ตลอดเวลา แม้ลมจะพัดก็ไม่ได้รับผลกระทบด้วย เช่น ขวดที่มีน้ำเยอะ ,อิฐบล็อก ,ขาเก้าอี้ เป็นต้น การผูกไว้เช่นนี้จะทำให้เด็กสามารถเล่นลูกโป่งได้เมื่อนั่งอยู่กับที่ เป็นตัวดึงดูดให้เขาไม่ลุกไปไหนตามวัยแห่งความซุกซน

นำลูกโป่งมัดไว้กับกิ่งไม้ที่ใกล้พื้นสุดเพื่อไม่ให้หลุดลอยฟ้า
ลองหาต้นไม้ที่มีกิ่งโน้มลงมาใกล้พื้นพอที่คุณจะสามารถยื่นมือไปจับมันได้และนำเชือกลูกโป่งไปผูกไว้กับกิ่งไม้นั้นให้แน่นหนา ข้อดีของการที่คุณใช้กิ่งไม้เป็นตัวดักไม่ให้ลูกโป่งลอยก็คือ นอกจากมีความแน่นของกิ่งไม้แล้ว พวกใบไม้เป็นพุ่มที่ยื่นแผ่ออกมายังสามารถป้องกันและบดบังไม่ให้มีลมพัดเข้ามาสู่ลูกโป่งได้มากเท่าที่แจ้งด้วย แต่ข้อควรระวังก็คือ อย่าผูกลูกโป่งไว้ใกล้กับกิ่งไม้หรือลำต้นที่มีเปลือกและปลายแหลมเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นลูกโป่งก็อาจแตกได้เหมือนลอยเคลื่อนไปสัมผัส

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#D.I.Y #ลูกโป่งหลุดมือ #ลูกโป่ง