“นักแปล” อาชีพต้องการสูงที่ผู้จ้างอิสระไม่ค่อยเห็นความสำคัญ

“นักแปล” อาชีพต้องการสูงที่ผู้จ้างอิสระไม่ค่อยเห็นความสำคัญ

ในเวลานี้อาชีพที่สำคัญมากในแวดวงของธุรกิจและหลายองค์กรที่ต้องแข่งขันกับยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงก็คือ “นักแปล” ที่ทุกคนย่อมต้องการคนในอาชีพนี้ซึ่งเป็นข้อดีที่สามารถหางานได้กว้างหลากหลายสายงาน โดยเฉพาะในบริษัทใหญ่ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นนักแปลประจำหรือนักแปลฟรีแลนซ์ก็ตาม แต่แค่ได้ชื่อว่านักแปลก็มีแต่คนแทบจะจองคิวกันจนนักแปลแทบอดหลับอดนอนกันเลยทีเดียว เพราะแปลแต่ละงานก็ไม่ใช่จะง่าย ๆ เท่าที่อ่านดูแล้วเหมือนจะเป็นอาชีพที่ใช้ความสามารถกับเงินมหาศาล แน่นอนว่าหากเป็นงานประจำย่อมจะได้เงินค่าจ้างที่ดี ทว่าก็ไม่ได้ดีมากอย่างที่คิด โดยเฉพาะนักแปลฟรีแลนซ์ 

อาชีพนักแปลมักจะถูกคนในสังคมมองว่าเป็นอาชีพที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากเหมือนอาชีพอื่นจนถูกลดบทบาทลงแม้จะเป็นที่ต้องการมากก็ตาม เราจึงอยากมาเจาะลึกถึงอาชีพนักแปลที่คุณควรรู้ว่ามันไม่ได้ง่ายและใช่ว่าจะจ้างด้วยราคาที่คุณเห็นว่าดีในมุมมองคุณได้

ทำความรู้จักกับอาชีพ “นักแปล”

“นักแปล” เป็นอาชีพที่บุคคลใช้ทักษะความรู้ด้านภาษาต่างประเทศตามที่ตัวเองมีซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถทำความเข้าใจและตีความได้อย่างถ่องแท้ตั้งแต่มากกว่าพื้นฐานหน่อยไปจนถึงระดับสูงซึ่งมากกว่าที่คนทั่วไปจะสามารถแปลภาษานั้น ๆ ได้ ซึ่งนักแปลจะสามารถแปลภาษานั้นได้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับภาษาต่างประเทศทั่วไปที่ใช้สื่อสารไปจนถึงภาษาระดับทางการซึ่งสามารถแปลจากภาษานั้นมาเป็นภาษาที่ผู้จ้างต้องการซึ่งอาจเป็นภาษาประจำชาติของเราหรืออีกภาษาที่เราเข้าใจเช่นเดียวกันได้อย่างสละสลวยเหมาะสมแก่ผู้ที่จะรับไปอ่านเพื่อทำความเข้าใจในสารที่แปลแล้วอีกทีเพื่อธุระของตัวเอง โดยอาชีพนักแปลก็จะสามารถรับงานตามความถนัดของตัวเองในการแปลระดับภาษาต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแปลเอกสารและการแปลนิยายซึ่งต้องมีความรู้ในภาษาต่างประเทศที่ตัวเองถนัดในระดับสูง หรืออาจจะเป็นการแปลจากภาษาประจำชาติที่เราใช้ไปเป็นภาษาต่างประเทศก็ได้

วิธีการแปลที่ผู้จ้างควรรู้เพื่อแสดงถึงคุณค่าของอาชีพ

วิธีการแปลของผู้ที่ทำอาชีพนักแปลไม่ได้ง่ายและใช้เวลาน้อยอย่างที่ผู้จ้างอิสระคิด เพราะนอกจากจะต้องรับงานมาดูภาพรวมของระดับภาษาและความยากแล้ว ลำดับแรกก็ต้องวิเคราะห์ใจความสำคัญในหัวข้อย่อยต่าง ๆ เพื่อให้การแปลไม่ออกนอกกรอบสาระ ในลำดับต่อมาจึงค่อยแปลตามประโยคและข้อความแบบเจาะจงจนเสร็จทั้งหมดแล้วจึงแปรคำสำนวนให้เหมาะสมกับระดับภาษาที่จะใช้ในการสื่อสารกับผู้ที่รับสาร เช่น การแปลเอกสารราชการจะไม่สามารถแปลออกมาด้วยสำนวนภาษาทั่วไปได้ แต่จะต้องใช้ภาษาทางการ เป็นต้น ฉะนั้นนอกจากนักแปลจะต้องมีความรู้เรื่องการแปลภาษาแล้ว ยังต้องมีความรู้ในการใช้ระดับภาษาที่เหมาะสมกับประเภทสารอีกด้วยทั้งในภาษาต่างประเทศและภาษาของตัวเอง ยิ่งเป็นการแปลนิยายแล้วล่ะก็ เรียกได้ว่าใช้ทั้งศาสตร์ภาษาและศาสตร์ศิลป์เข้าด้วยกันก็ยังได้ เพราะหากไม่ใช่คนที่ชอบอ่านนิยายจริงก็คงเรียบเรียงคำให้สวยงามโดยใช้อุปมาอุปไมย คำไวพจน์เพื่อให้คำงดงามเป็นวรรณศิลป์ได้ยาก การแปลจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างรอบคอบและใช้ความละเอียดในหลายขั้นตอน ไม่ใช่แปลแล้วอ่านได้เลยอย่างที่หลายคนคิด จึงต้องใช้เวลาพอสมควรแม้จะเป็นเพียงเอกสารแค่ 1 หน้า 

การถูกมองข้ามในอาชีพ “นักแปล”

เพราะอาชีพนักแปลมักจะถูกผู้คนมองข้ามในหน้าที่จึงทำให้มีข้อต่อรองในเรื่องราคาที่ผู้จ้างมักคิดว่าราคา 1 ห้าต่อหลายร้อยบาทเป็นราคาที่แพงเกินกว่าจะยอมจ่ายค่าจ้างได้ แต่ก็อย่างที่รู้ว่าเพียงแค่ข้อความเดียวกว่าจะใช้เวลาวิเคราะห์ กลั่นกรอง แปล และหาสำนวนภาษาที่เหมาะสมก็ต้องใช้เวลาและทักษะมากพอสมควร จึงเป็นเรื่องปกติหากการแปลภาษาต่างประเทศใน 1 หน้าจะมากกว่า 100 บาท ยิ่งถ้าเป็นภาษาในระดับสูงหรือเป็นภาษาที่หาคนแปลยาก ราคาต่อหน้าของงานแปลนั้น ๆ ก็ยิ่งสูงตามไปด้วยซึ่งมันคือราคาที่บ่งบอกถึงความทุ่มเทในทักษะและความพยายามใส่ใจในการแปลของนักแปลมาก พวกนักแปลฟรีแลนซ์มักจะประสบปัญหานี้บ่อยเพราะถูกจ้างจากผู้จ้างอิสระที่หาคนแปลนาน ๆ ทีจึงมักมองข้าม แต่หากเป็นบริษัทใหญ่ที่มีการจ้างงานแปลประจำเขาก็จะเข้าใจถึงคุณค่าในอาชีพนักแปลดีและได้เงินมหาศาลเลย

เครดิตภาพ : pixabay

#อาชีพที่ไม่ควรมองข้าม #การดำเนินชีวิต #อาชีพนักแปล